วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชายที่ทุ่มสุดตัว ขายทุกสิ่งอย่างเพื่อมาซื้อ Bitcoin


จำได้มั้ย! ชายที่ทุ่มสุดตัว ขายทุกสิ่งอย่างเพื่อมาซื้อ Bitcoin
เมื่อปีที่แล้ว ผ่านมาหนึ่งปีเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
Thomas Di Fonzo ผู้สื่อข่าวจาก Wall Street Journal ได้ติดตามนาย Didi Taihuttu และครอบครัว เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องสั้นเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขา น่าประทับใจที่ความเชื่อมั่นใน crypto ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในจิตใจของชายที่ยอมขายบ้าน รถยนต์และธุรกิจของเขาเพื่อลงทุนใน Bitcoin ยอมลาออกจากงานมาใช้ชีวิตอยู่ในรถบ้าน ยอมเดิมพันทุกอย่างที่เขามีและทุกอย่างในครอบครัวของเขาไว้กับอนาคตของ cryptocurrency

เรื่องราวในภาพยนตร์ เปิดฉากพร้อมกับ Taihuttu ที่กำลังมีความมุ่งมั่นสูงสุด – และกำลังสักสัญลักษณ์ Bitcoin ลงบนแขนของเขา

“ผมคิดว่า crypto นั้นเป็นสกุลเงินแบบใหม่” เขากล่าว “ผมสามารถซื้อ แลมโบ ด้วย crypto ผมสามารถซื้อบ้านด้วยcrypto ผมสามารถซื้อร้านขายของชำด้วย crypto ผมสามารถซื้อพิซซ่าด้วย crypto”

แม้ว่า Bitcoin จะลดลงประมาณ 70% ของมูลค่าตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนธันวาคม 2017 ในช่วงที่ผ่านมา แต่ Taihuttu ยังคงเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมพร้อมกับรอยสักรูปสัญลักษณ์ Bitcoin ของเขา

Taihuttu ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ด้วยราคาในช่วงนั้นที่ประมาณ 1,000 ดอลล่าร์ จากนั้นเขาก็ซื้อเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนปี 2017 เมื่อราคาใกล้ถึง 10,000 ดอลลาร์และย้ายครอบครัวของเขาไปอยู่ในรถบ้านที่อยู่ห่างจากบ้านของเขาประมาณ 20 นาที
แม้ว่าเขาจะไม่ระบุว่าเขาได้ทุ่มเงินลงทุนไปเท่าใด แต่ Taihuttu กล่าวว่าเขาเสียเงินไปประมาณ 500,000 ดอลล่าร์จากการร่วงลงของราคา Bitcoin ในตลาด ถึงแม้ว่าเขาจะสูญเสีย แต่จิตใจยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น

“ว้าว นี่ราคามันลดลงมา 50% แล้วนะ มันเยอะมากๆ แต่ก็นั่นแหละ เราต้องมองในระยะยาว ในความเห็นของผม ผมรู้สึกว่ามันจะต้องพุ่งไปทำ all-time high ในปีนี้แน่นอน”

หลังจากใช้ระยะเวลาสั้นๆในการเที่ยวชายหาดในประเทศไทย Taihuttu ได้ย้ายครอบครัวไปยังฮอลแลนด์ซึ่งพวกเขาได้ลงทะเบียนเป็น “Homeless” เพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ชาวดัตช์ที่เขากลัวว่าอาจจะมาจับเขาเนื่องจากเขาเอาลูกออกจากโรงเรียน

“เราคิดว่าโรงเรียนทั่วไปเตรียมตัวเด็กไว้สำหรับอดีต แต่เรากำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตของ decentralized” ( WTF!! )

ปัจจุบันพวกเขาอาศัยอยู่ในรถบ้านที่เขาเรียกมันว่า Bitcoin mobile home ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Xwise เขาบอกว่ามันทำให้เขาและครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น และแม้จะสูญเสียเงินจากตลาดหมีในขณะนี้แต่เขาบอกว่าเงินไม่ใช่แรงจูงใจเพียงอย่างเดียว

เป้าหมายของผมไม่ใช่การกลายเป็นเศรษฐี เป้าหมายของผมคือการเปลี่ยนแปลงชีวิต ผมเปลี่ยนชีวิตของผมและผมมีความสุขกับมันมาก การได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีชีวิตชีวามากๆ ได้แสดงให้เด็กๆเห็นถึงวิถีชีวิตแบบนี้และคุณสามารถมีความสุขกับมันได้ “
หากใครอยากดูภาพยนตร์เรื่องสั้นของ Wall Street Journal เรื่องนี้สามารถเข้าไปดูตอนเต็มๆได้ ที่นี่

Cr:https://bitcoin-addict.com/

Bitcoin Cloud Mining คืออะไรและทำงานอย่างไร..

Bitcoin Cloud Mining คืออะไรและทำงานอย่างไร..

ถ้าหากคุณต้องการที่จะลงทุนสายขุด Bitcoin โดยที่ไม่อยากจะเปลืองแรงจัดการและบริหารเครื่องขุดของตัวเอง นั่นย่อมมีทางออกเสมอ คุณสามารถใช้ระบบ cloud เพื่อขุด Bitcoin ออกมาได้พูดกันอย่างง่ายๆเลย ระบบ cloud mining คือการแชร์พลังในการขุดของเครื่องขุดที่รันจากเครื่องตัวแม่ โดยผู้ใช้บริการสามารถที่จะใช้แค่เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง และการเป๋าเก็บ Bitcoin เพียงแค่นั้นก็สามารถที่จะขุด Bitcoin ผ่านระบบ cloud mining ได้
อย่างไรก็ตาม การทำ cloud mining นั้นมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ผู้ลงทุนควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ
ข้อดี

นี่คือข้อดีของการทำ cloud mining ที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะลองชั่งใจ
ที่บ้านเงียบ ไม่จำเป็นต้องมาทนฟังเสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องขุด
ไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่บ้าน
ไม่จำเป็นต้องมานั่งปวดหัวเรื่องขายเครื่องขุดมือสอง เมื่อเครื่องที่ใช้อยู่เริ่มตกรุ่น
ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากอัคคีภัย
ไม่ต้องมาทะเลาะกับซัพพลายเออร์ที่ขายเครื่องขุด
ข้อเสีย

และนี่คือข้อเสียที่คุณควรจะนำมาใช้เป็นตัวประกอบในการตัดสินใจ
ความเสี่ยงต่อการถูกหลอกและโกง
การขุดเหรียญที่ในบางครั้งไม่โปร่งใส
ไม่สนุก (ถ้าหากคุณเป็นกีคที่ชอบระกอบอุปกรณ์เอง!)
กำไรค่อนข้างต่ำ (เนื่องจากเจ้าของ cloud ก็ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์เหมือนกัน)
สัญญาการขุดที่ในบางครั้งบอกว่าจะต้องปิดตัวลงอันเนื่องมาจากราคาของ Bitcoin ที่ต่ำ
ประเภทของการทำ Cloud Mining

โดยทั่วๆไปแล้ว มันจะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน
การขุดแบบเช่าเครื่อง เช่าเครื่องขุดที่ทางผู้ให้บริการทำไว้ให้ผ่านโฮส
การขุดแบบใช้โฮสเสมือนจริง โดยการสร้างเซอเวอร์ส่วนตัวและติดตั้งซอฟต์แวร์การขุดด้วยตัวเอง
เช่าพลังในการขุด (Hashing Power) เช่าพลังในการขุดโดยมีหน่วยที่คิดเป็น Hash โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องขุด (ประเภทนี้ถือเป็นที่นิยมที่สุด)
วิธีการคำนวณกำไร

เราได้พูดถึงวิธีการในการคำนวณกำไรในการขุด Bitcoin ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เว็บผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักจะคิดจากตัวแปรของฮาร์ดแวร์ของคุณ ไม่ใช่ตัวแปรของระบบ cloud mining
ถึงแม้ว่าคุณจะทำการคำนวณผ่านเครื่องคิดเลขออกมาอย่างดีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ทางผู้ให้บริการส่วนใหญ่ (อย่างเช่น Genesis Block) มักจะชาร์จค่าไฟของเครื่องขุดจากคุณด้วย และบางครั้งอาจชาร์จคุณค่าวางเครื่องครั้งแรก พูดง่ายๆคือ ทางผู้บริการมักจะขอให้คุณจ่ายค่าโน่นค่านี่ไปตลอดรวมถึงค่าลงทุนครั้งแรก
ฉะนั้นผู้ให้บริการ Cloud Mining คือผู้ที่ควรจะจ่ายค่าไฟ ไม่ใช่คุณ คุณสามารถที่จะคำนวณรายรับรายจ่ายโดยระบุในบัญชีของคุณอย่างชัดเจนว่าคุณจ่ายค่าเช่าเครื่องขุด ไม่ใช่จ่ายค่าไฟ
การคำนวณในบางครั้งอาจจะไม่ได้ตรงตัวมากนัก อย่างในกรณีที่คุณมีเครื่องขุดนั้น คุณสามารถที่จะคำนวณรายจ่ายทางด้านค่าไฟต่อเดือนโดยทำการคูณค่าไฟฟ้าเข้าไป (เช่นเงินบาทต่อกิโลวัตต์) ด้วยอัตราการกินไฟของยูนิตต่อเครื่องและด้วยตัวเลข 0.744 (อัตราส่วนวินาทีต่อเดือนแปลงเป็นพลังงานต่อกิลโลวัตต์)
แต่สำหรับการคำนวณกำไรจากการทำ Cloud Mining นั้น คุณจะต้องทำตรงกันข้ามกัน เพราะว่าทางผู้ให้บริการจะให้บริการคุณด้วยการให้เช่า hashing power ดังนั้นคุณต้องทำการคำนวณต้นทุนต่อกิโลวัตต์ที่นำไปใช้ในการขุดของเครื่องขุด ซึ่งทำได้โดยการหาร (ไม่ใช่คูณ)ค่าเช่าต่อเดือนด้วย 0.744 แทน
อัตราความเสี่ยงต่อกำไร

เมื่อคุณทำการลงทุนในหมวดหมู่ cryptocurrency ไม่ว่าจะในเหรียญอะไรก็ตาม มันย่อมที่จะมีความเสี่ยงเสมอ แต่โอกาสทำกำไรนั้นก็มีเช่นกัน ถ้าคุณตัดสินใจถูกต้องและหาตัวเลือกที่เหมาะสม เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลให้คุณเพื่อช่วยในการตัดสินใจไปแล้ว
ในการทดสอบการคำนวณของคุณนั้น คุณอาจจะได้เห็นว่าการลงทุน Cloud Mining อาจจะมีกำไรไปได้ประมาณ 2-3 เดือนแรก แต่เมื่อระดับความยาก (Difficulty Level) เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจจะเริ่มขาดทุนในเดือนที่ 4 ไปเรื่อยๆ
วิธีการแก้คือการใส่เงินเข้าไปใน hashing power เพื่อเติมพลังการขุดให้กับบัญชีของคุณ แต่การทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนที่มากขึ้นไปอีก
อย่างที่กล่าวมานั้น ความเสี่ยงในการถูกโกงและการบริหารที่ผิดพลาดนั้นค่อนข้างที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายในกลุ่ม cloud mining นักลงทุนควรที่จะเลือกลงทุนใน cloud mining เมื่อพวกเขาได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลของผู้ให้บริการมาเป็นอย่างดีแล้ว และก็เป็นแบบที่พวกเขาได้พูดกัน “ไม่ควรที่จะลงทุนมากกว่าเงินที่คุณสามารถจะเสียมันไปได้”
เริ่มทำการศึกษาจากในกลุ่มโซเชียลของนักขุด cloud mining และให้ลองทำการพูดคุยกับเจ้าของผู้ให้บริการ cloud mining ก่อนตัดสินใจลงทุน และท้ายสุดแล้วคุณควรที่จะลองลงมือฝึกหัดและเรียนรู้มุมมองของการลงทุนในด้านนั้นๆ เพื่อที่จะตามทันผู้ให้บริการทั้งหลาย



คำเตือน: บทความนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตหรือสปอนเซอร์ผู้ประกอบการใดๆก็แล้วแต่ ผู้อ่านควรจะศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองก่อนที่จะลงทุนในประเภทของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้

ข้อมูลจาก 

คริปโทเคอร์เรนซี 101 การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

คริปโทเคอร์เรนซี 101 การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
โดย ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย www.lawreform.go.th

นปัจจุบันได้มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset) รูปแบบ cryptocurrency (เรียกกันว่าเงินดิจิทัล เงินเสมือน หรือเงินคริปโท) และ digital token (เหรียญโทเคน โทเคนดิจิทัล หรือดิจิทัลโทเคน) ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์อันมีความซับซ้อนมาใช้ในการประกอบธุรกิจและกระทำกิจกรรมทางการเงินและเศรษฐกิจอย่างแพร่หลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเอง ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการและการดำเนินการของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนและความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและเศรษฐกิจได้


สินทรัพย์ดิจิทัลไม่มีลักษณะทางกายภาพ ธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดจะกระทำผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และประมวลผล เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและยืนยันการทำธุรกรรมนั้น ๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมโยงกันในเครือข่าย

วิธีการบันทึกผลแบบกระจายส่วนนี้ (distributed ledger) ต่างจากระบบการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือผู้ให้บริการทางการเงินอื่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งเป็นการรวมศูนย์ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ (server) โดยมีหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบการบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าว

ในขณะนี้มีสินทรัพย์ดิจิทัล 2 ประเภทที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ใช้เพื่อการเก็งกำไร การแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการและการระดมทุน กล่าวคือ cryptocurrency ซึ่งมีราคาหรือมูลค่าซึ่งถือเอาได้ และใช้เป็นสื่อกลางเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคล เช่น bitcoin, ether, ripple หรือ litecoin และ digital token ซึ่งเป็นหน่วยแสดงสิทธิในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการ เช่น JFIN Coin หรือ Tuk Tuk Pass-A เป็นต้น

การประกอบธุรกิจ-ทำธุรกรรมโดยที่ cryptocurrency และ digital token แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันในสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์ที่ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ๆ พึงได้รับ ประกอบกับกระแสและความเชื่อในระดับราคาซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิทัลบางชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเริ่มมีผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะให้บริการและอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างผู้ระดมทุน ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล และประชาชนทั่วไปอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยอาจสรุปโครงสร้างการประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้ดังนี้

ประเภทของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดดำเนินการเป็นประเภทแรกในประเทศไทยคือ ธุรกิจผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency dealer) ให้บริการรับซื้อและขาย cryptocurrency โดยหากำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายเป็นหลัก (อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการด้วยก็ได้) ในลักษณะเดียวกับผู้ค้าเงินตราต่างประเทศ (Forex dealer) ในประเทศไทยมีผู้ค้า cryptocurrency รายใหญ่ 2 รายคือ Coins.co.th และ Bitcoin.co.th

ทั้ง 2 รายให้บริการซื้อขาย cryptocurrency ชนิด bitcoin เป็นหลัก และมีบริการโอนเงินเข้าและออกจากบัญชีธนาคารของลูกค้าไปสู่กระเป๋าเงินดิจิทัล (digital wallet) ของผู้ให้บริการซึ่งมีทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศสมัครเป็นสมาชิกและมีบัญชีซื้อขายส่วนตัวรวมกันกว่า 1 ล้านบัญชี โดยจุดประสงค์หลักของการใช้บริการเพื่อการโอนเงินข้ามประเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์

โครงสร้างระบบการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ที่ประสงค์จะถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุนมักนำเงินบาทมาแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น cryptocurrency หรือ digital token จากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (electronic trading platform) ซึ่งให้การอำนวยความสะดวกในการจับคู่ผู้ที่ต้องการซื้อและผู้ที่ต้องการขายสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดเดียวกัน โดยเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการเป็นการค้าปกติ ในลักษณะเทียบเคียงได้กับตลาดหลักทรัพย์ (stock exchange) แม้ว่าในปัจจุบัน นักลงทุนเป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ด้วยตัวเอง

แต่แนวโน้มของการพัฒนาตลาดซื้อขายสินทรัพย์ลำดับรองบ่งชี้ว่า ในอนาคตอาจมีธุรกิจประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset broker) ให้บริการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้อื่นด้วย

สำหรับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยมีอยู่หลายราย แต่มี 2 รายหลักที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศคือ Bx.in.th และ Tdax.com โดยมีปริมาณซื้อขายรวมรายวันประมาณ 150 ล้านบาท และ 50 ล้านบาทตามลำดับ

บล็อกเชน (Blockchain) คืออะไร?

บล็อกเชน (Blockchain) คืออะไร?

บล็อกเชนเปรียบเสมือนเครือข่ายการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับข้อมูลเดียวกัน เราจึงรู้ว่าใครมีสิทธิและเป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านี้จริงๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่ในแต่ละบล็อก (Block) ที่เชื่อมโยงกันบนเครือข่ายเหมือนกับห่วงโซ่ (Chain) นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เราเรียกรูปแบบการเก็บและแชร์ข้อมูลแบบนี้ว่า Blockchain ครับ

นอกจากนี้ เมื่อธุรกรรมต่างๆ ถูกบันทึกในบล็อกเหล่านี้แล้ว เราจะไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ได้ เพราะทุกคนต่างก็มีสำเนาหรือประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมดอยู่กับตัว จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ที่ใครจะมาปลอมแปลงข้อมูล โดยปราศจากการรับรู้จากผู้คนส่วนใหญ่

แล้วบล็อกเชนนี้ จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของเราได้อย่างไร…


ลองจินตนาการดูว่า ถ้าตอนนี้เรามีปลากระป๋องอยู่ในมือกระป๋องหนึ่ง แล้วเราต้องเอาปลากระป๋องนี้ไปชดใช้เพื่อนที่เราไปแย่งเค้ากินมา เพื่อที่จะได้มีหลักฐานไปยืนยันกับคุณครูว่าเราสำนึกผิดแล้ว เราก็ควรที่จะพาใครสักคนนึงไปเป็นพยาน เพียงเท่านี้เรื่องทุกอย่างก็สามารถจบลงได้ อย่างง่ายดายครับ

แต่ว่าวันเวลาผ่านไป การส่งของระหว่างกันก็ทำได้ยากมากยิ่งขึ้น แล้วเพื่อนของเราก็อาจจะเรื่องมากยิ่งขึ้นด้วยก็ได้ ถ้าเพื่อนของเราขอเปลี่ยนจากปลากระป๋องเป็นบัตรส่วนลดเกมส์ออนไลน์ล่ะ เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าบัตรที่เราซื้อมาคืนเพื่อนนั้นยังไม่เคยถูกใช้มาก่อน หรือไม่ใช่ของปลอมที่ร้านเกมส์ทำหลอกขึ้นมา หรือแม้กระทั่งเพื่อนของเราจะเชื่อใจเราอีกครั้งได้อย่างไร หลังจากที่เค้าเคยถูกแกล้งมาแล้ว เอาล่ะสิ ปัญหาโลกแตกเกิดขึ้นมาแล้ว เราจะแก้ไขกันยังไงดีล่ะครับ?

ปัญหานี้อาจจะแก้ไขได้ ถ้าเราสามารถย้อนรอยกลับไปหาที่มาของบัตรส่วนลดอันนั้นว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากที่ไหน? เป็นของบริษัทเกมส์จริงรึเปล่า? มีใครเคยใช้แล้วรึยัง? หลายคนอาจจะบอกว่าลองกลับไปดูที่สมุดจดบันทึกหรือสมุดบัญชีของบริษัทเกมส์และบริษัทอื่นๆที่บัตรส่วนลดนี้ถูกซื้อต่อกันมาดูสิ จะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วบัตรนี้เคยถูกเปิดใช้งานแล้วรึยัง แต่นี่มันไม่ง่ายเลยใช่มั้ยล่ะครับ ขั้นตอนต่างๆทั้งยุ่งยากและเสียเวลา ไหนจะต้องติดต่อคนนู้น คนนี้ กว่าจะรู้อีกทีบัตรส่วนลดอันนี้คงหมดอายุไปแล้ว แถมบางทีข้อมูลจากแต่ละบริษัทก็ไม่เหมือนกัน เราก็ต้องมานั่งปวดหัวอีกว่า อันไหนจริงหรืออันไหนมั่ว

นี่แหละครับ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บล็อกเชนถูกสร้างขึ้นมา ทุกคนสามารถตรวจสอบหรือเข้าถึงการจดบันทึกธุรกรรมต่างๆ ได้ นี่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานของแต่ละองค์กร แต่ยังสามารถช่วยเพิ่มความสบายใจให้กับทุกๆ ฝ่ายได้อีกด้วย

เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงข้อมูลของพวกเราแต่ละคนเข้าด้วยกัน ก็คือ บล็อกเชนครับ และสิ่งที่เราให้ใช้เป็นโทเคนเพื่อส่งต่อกันไปมาในระบบนี้อย่างบัตรส่วนลดที่เรายกตัวอย่างไป ก็คือบิทคอยน์ นั่นเอง เห็นมั้ยล่ะครับ ว่าทั้งสองอย่างนี้สามารถมาปรับปรุงและเปลี่ยนชีวิตของเราได้มากขนาดไหน ถ้าเรามองในมุมของการเงิน เราสามารถโอนบิทคอยน์เพื่อดำเนินธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่นการโอนหรือรับเงินได้ โดยไม่ต้องไปติดต่อตัวกลาง หรือบุคคลที่สาม สี่ หรือห้า ให้วุ่นวายเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต ทำให้ค่าใช้จ่ายและบริการต่างๆ นั้นถูกลง แต่ข้อมูลที่ได้นั้นมีความน่าเชื่อถือและแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วย

Credit Image: flickr.com

บล็อกเชนกับอุตสาหกรรมอื่นๆ

นอกจากการใช้บล็อกเชนเพื่อโอนบิทคอยน์แล้ว เรายังสามารถใช้บล็อกเชนเพื่อโอนถ่ายข้อมูลหรือมูลค่าอื่นๆ ได้ด้วยครับ เช่น นายหน้าขายที่ดินที่ประเทศจีนอาจจะอยากทำ smart contract กับลูกค้ามหาเศรษฐีชาวซาอุดิอาระเบีย เพื่อให้การติดต่อสื่อสารข้ามโลกนี้เป็นไปได้อย่างสะดวก อีกทั้งเต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ข้อมูลตรงกันทั้งสองฝ่าย เทคโนโลยีบล็อกเชนจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางเติมเต็มความต้องการของทั้งสองฝ่ายได้

เห็นมั้ยล่ะครับ เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ใช่เรื่องยาก หรือไกลตัวพวกเราเลย ลองเปิดใจยอมรับมันสักนิดนะครับ แล้วเราทุกคนจะพบว่า โลกใบเดิมของเรา จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สำหรับใครที่สนใจอ่านข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและบิทคอยน์ ลองมาอ่านบทความต่างๆ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ www.coins.co.th หรือจะติดตามกันทางเฟซบุ๊ค coins.co.th ก็ได้นะครับ.

Cr: https://brandinside.asia/what-is-blockchain/
startMiner - free and simple next generation Bitcoin mining software

ขุดบิทคอยฟรี2022ด้วยCryptoTab Browser

ราคาของ Bitcoin นั้นไม่แน่นอนอย่างแน่นอน แต่การขุดนั้นตรงเวลาเสมอ  หากคุณดูกราฟราคา คุณจะเห็นว่ามันขึ้นและลงอย่างต่อเนื่อง  แต่การลดลงไม่ใช่...